อิอิอิ..ตอนแรกว่าจะเม้าท์ UbuntuClub Distro หรือ Ubuntu 7.10 เวอร์ชั่นของชาว UbuntuClub.com เค้าซะหน่อย แต่คิดไปคิดมา เอาเป็นเรื่องภาพรวมของ Ubuntu ก่อนดีกว่า จึงเป็นที่มาของ

"ทำไมต้อง Ubuntu"

  • ฟรี ครับผม . . . บ้านเรา เมืองเรา อาจมองไม่เห็นความสำคัญของราคาซอฟท์แวร์เท่าไร เพราะส่วนมากก็ฟรี หรือแผ่นละ 150 บาท แต่ในบ้านอื่น เมืองอื่น เค้าเป็นประเด็นที่ยิ่งใหญ่มากครับ อาจจะเป็นเพราะกฎหมายบ้านเมืองเค้า หรือจิตสำนึก (แรงไปไหมเนี่ย - ขำ ๆ นะ) หรือด้วยเหตุผลอันใดก็แล้วแต่ แต่ (บ่อยจัง) แต่วิสต้า อัลติเมท ในบ้านเราก็ตั้ง 8,000 กว่า ๆ โน่น หรือ อะโดบี้ โฟโต้ชอบ ก็ตั้งหลายหมื่น หรือชุดไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ก็ราคาเป็นหมื่น ในประเทศที่ค่าครองชีพเค้าสูงกว่าเรา ราคานี้ไม่แพงหรอกครับ พอแปลงเป็นราคาไทย ๆ เท่านั้นแหละ แพงหูฉี่ แล้วอย่างนี้จะมีแรงจูงใจให้ซื้อของแท้กันไหมครับ

    ทางออกที่ดีของผู้ที่อยากได้วินโดวส์ วิสต้า แบบลิขสิทธิ์ในตอนนี้ คือ ซื้อพร้อมเครื่องเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น PC หรือ โน็ตบุค ได้เครื่องใหม่ด้วย และจะได้ไม่ทันรู้สึกว่าวิสต้ามันแพง (ทั้งที่จริง ๆ แล้วราคาขายเครื่องก็รวมค่าไลเซนต์ของวิสต้ามาเรียบร้อย)

    แต่ถ้าไม่อยากซื้อเครื่องใหม่ รวมถึงราคาของวิสต้าแบบ Box หรือแบบ OEM มันยังดูแพ๊ง แพง สำหรับการจะจับจองสินค้ามีลิขสิทธิ์มาเป็นเจ้าของ Linux ก็เป็นทางเลือกหนึ่งในโลก OpenSource ที่พร้อมตอบสนองความต้องการนี้ของคุณได้ดี เพราะมัน "ฟรี" (ในกรณีของ Distro ที่แจกฟรีนะครับ อันไหนต้องเสียเงินซื้อก็พิจารณาอีกทีละกัน) ส่วนที่แนะนำ Ubuntu นั้น เพราะมัน "ฟรี" ครับ และจะฟรีตลอดไปเสียด้วย เรียกได้ว่า Ubuntu จะออกมากี่รุ่น ต่อกี่รุ่น คุณก็อัพเกรดได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น สัญญาเลยเอ้า (ตราบใดที่คุณไม่ซื้อบริการ Commercial Support จากเค้านะ แต่ไม่จำเป็นหรอกครับ เพราะ Community ของ Ubuntu ทั้งต่างประเทศ และในไทยนั้นแข็งแรงมาก เกิดปัญหาปุ๊บ เข้า Forum รับรองมีทางออก ทางแก้แน่นอน)
  • ภาษาไทย เวิร์คมากกก+ หลาย ๆ Distro ของลินุกซ์ ก็มีความน่าสนใจ และความน่าตื่นตาตื่นใจที่แตกต่างกัน ลูกเล่นต่าง ๆ ที่แต่ละค่ายขนมาเรียกร้องความสนใจจากพวกเรานั้น ไม่ต้องพูดถึงครับ ใครได้เคยเห็นคลิปเปรียบเทียบ Effect ระหว่าง Vista กับ Ubuntu แล้ว คงน้ำลายสอ แล้วสอยเจ้า Ubuntu มาลองเล่นเอฟเฟควิ๊ง ๆ กันบ้างแล้วล่ะ แต่อย่าลืมว่า ปัญหาที่สำคัญของ Linux ทุก Distro คือ มันรองรับภาษาไทยหรือเปล่า อันนี้ต้องพิจารณาดี ๆ นะครับ อย่างเจ้า OpenSUSE 10.3 นี่ ผมลองใช้ดู มันไม่เวิร์คกับภาษาไทยแฮะ คือ จริง ๆ มันก็ทำให้เวิร์คได้นะครับ แต่คงต้องออกแรงกันหน่อย เมื่อเทียบกับ Ubuntu ที่เป็นภาษาไทยตั้งแต่ตอนติดตั้ง ลงไปแล้วภาษาไทยก็เวิร์คแบบ Native เลย แล้วจะไปเหนื่อยปล้ำกะเจ้า OpenSUSE ทำไม จริงไหม
  • เบาบาง กระชับทุกสัดส่วน ความเป็นมาแต่เดิมของ Linux ใน Distro ต่าง ๆ นั้น มักจะให้เราดาวโหลดแผ่นติดตั้ง เป็น CD อย่างต่ำ 3-5 แผ่น หรือยัดรวมเป็น DVD 1 แผ่น (ประมาณ 4.3 GB น่ะครับ) หลังจากนั้น พอติดตั้งไปปุ๊บ ผู้ใช้อย่างเรา ๆ ก็จะงงงวยกับโปรแกรมบ้า ต้องเรียกว่าโปรแกรมบ้าครับ เพราะมันเล่นยัดเยียดโปรแกรมประเภทเดียวกันมาให้เลือกใช้ เพื่ออะไร เช่น Web Browser ให้มา 3 ตัว โปรแกรมออฟฟิศ ให้มา 2 ตัว โปรแกรม Chat ให้มาไม่หวาดไม่ไหว เพื่ออะไร ถามย้ำอีกที ตรงนี้หลายคนอาจเถียงว่า เราสามารถเลือกเองได้ หรือถอดถอนออกไปก็ได้ แต่ผมมองในมุมมองของ End User ที่มีหน้าที่ "ใช้" อย่างเดียว โดยมีพื้นฐานการปรับแต่งน้อยมาก ๆ เห็นแล้วจะอึ้งไหมครับ สับสนสุด ๆ ว่าจะใช้ตัวไหนดี

    Ubuntu ของเรา เลยมาแบบเปรี้ยว ๆ คือ CD แผ่นเดียว ติดตั้งปุ๊บ ได้ OS และ Software ต่าง ๆ ใช้งานได้ทันที และไม่มีความซ้ำซ้อนกันของโปรแกรม โดย Ubuntu จะเลือกโปรแกรม (ที่คิดว่า) เวิร์คที่สุดมาให้เพียงตัวเดียว เข้าท่า ไม่เข้าท่า ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน ทำให้ Ubuntu มาแรงมากครับ เพราะดาวโหลดไฟล์ Image CD แค่แผ่นเดียว (600 MB กว่า ๆ เอง) ก็ได้ OS มาใช้แล้ว ง่ายกว่าอีกหลาย Distro เยอะแยะเลย

    เทรนด์ CD แผ่นเดียวนี้มาแรงมากครับ ปัจจุบันค่าย OpenSUSE, Mandriva ต้นตำรับครอบครัว CD ที่มีบ้าบอตั้ง 4-5 แผ่น ก็เริ่มมีแบบ 1 CD มี OS พร้อมสรรพออกมาบ้าง เรียกว่าแย่งลูกค้ากันสุด ๆ ผลดีเลยมาตกที่ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ครับ ที่มีทางเลือกให้เลือกใช้กันมากขึ้น และดาวโหลดมาใช้ได้ง่ายขึ้น ต้องขอบคุณอานิสงฆ์งาม ๆ เวิร์ค ๆ อย่างนี้จาก Ubuntu จริง ๆ
  • Base On Debian or Base On The Big World Of Packages จุดนี้ต้องให้เครดิตกับ Debian ลินุกซ์ Distro แม่ของ Ubuntu เค้า เพราะข้อดีข้อนี้ ถือเป็นจุดแข็งโป๊กของเดเบี้ยนเลยล่ะ เดเบี้ยนนั้นได้รับการดูแลจากชุมชน (Community) แบบเดียวกับ Ubuntu นี่แหละครับ ดังนั้นการช่วยเหลือต่าง ๆ จึงเข้มข้น รวดเร็ว และเข้าถึงหัวอกหัวใจของผู้ใช้ด้วยกันได้ดี และจุดแข็งของ Distro ที่พัฒนาโดยชุมชนก็คือ เมื่อมีอะไรใหม่ ๆ เช่น โปรแกรมตัวใหม่ ชาวชุมชนที่มีความรู้ด้านโปรแกรมมิ่ง ก็จะ Build Package มาเป็น .deb ให้เรา apt-get มาใช้ได้ทันที พูดง่าย ๆ ว่า เราจะได้ใช้โปรแกรมที่สด ใหม่ และทันสมัยอยู่เสมอ แน่นอนว่า ชาว Ubuntu เองก็ได้รับอานิสงฆ์นี้ด้วย รวมถึง Distro อื่น ที่ Base On Debian ด้วยเช่นกัน หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อ Debian เจ๋งขนาดนี้ แล้วทำไมคนถึงไม่ใช้ Debian กัน แต่กลับมาใช้ Front End ของ Debian อย่าง Ubuntu คำตอบก็คือ Debian นั้น เป็นของขมสำหรับมือใหม่ หรือผู้ใช้ที่ไม่ชำนาญกับลินุกซ์ครับ รายละเอียดไม่แน่ใจนะ และไม่เคยสัมผัสกับ Debian ตัวเป็น ๆ ด้วย เลยอธิบายแบบชัดเจนไม่ได้ ถ้าใครอยากรู้ว่า Debian จะเปรี้ยวขนาดไหน ก็ลองไปโหลดมาใช้ดู แล้วมาเม้าท์กันนะครับ (อยากรุ้เหมือนกัน แต่ไม่อยากลอง เพราะกลัวติดใจ และจะปันใจไปหาต้นน้ำ 555+)
  • ชุมชนผู้ใช้ที่แข็งแรง (มาก ๆ) พูดถึงชุมชน หรือ Community มาหลายข้อแล้ว มากล่าวกันชัด ๆ ดีกว่า ว่า "ชุมชน" ในที่นี้หมายถึงอะไร

    ชุมชน ในความหมายของโลก OpenSource ก็จะประมาณว่า เป็นแหล่งรวมของทั้งผู้ผลิต ผู้พัฒนา และผู้ใช้งานของสิ่งนั้น เช่น ชุมชนของ Ubuntu ก็จะเป็น User ของ Ubuntu นี่แหละครับ หลาย ๆ คนอาจเป็นผู้ใช้หน้าใหม่ หรือหลาย ๆ คนอาจเป็นผู้ใช้งานที่ชำนาญ หลายคนมีความรู้ด้าน Linux ดี หรือมีความรู้ด้านโปรแกรมมิ่ง ชุมชนก็จะช่วยกันครับ ใครสงสัยเรื่องอะไรก็เข้า Forum แล้วโพสต์ถาม คนไหนรู้ก็ตอบ เป็นโมเดลง่าย ๆ ที่บางที่ทำแล้วเวิร์ค บางที่ทำแล้วล้มเหลวครับ เพราะชุมชนแบบนี้ ต้องอาศัย "ใจ" อย่างเดียว ค่าตอบแทนไม่มี สิ่งที่ได้รับคือ ความรู้ ความภูมิใจ และการยกย่องจากชาวชุมชน คุณเคยรู้สึกภูมิใจไหมครับ เวลาโพสต์ตอบกระทู้ปัญหาที่คุณรู้คำตอบ หรือรู้ทางแก้ แล้วเมื่อเจ้าของกระทู้นำไปแก้ปัญหาจนสำเร็จ แล้วเค้ากลับมาขอบคุณ ก็จะอารมณ์นี้แหละครับ

    Forum ของ Ubuntu นั้นคึกคักครับ ไม่เคยเงียบเหงา ทุกปัญหาได้รับการดูแล แก้ไข ทั้ง Forum ต่างประเทศ และ Forum ของไทยอย่าง UbuntuClub หรือที่ ThaiOpenSource มีผู้มีความรู้คนเก่งคอยให้ความช่วยเหลือตลอดครับ หรือจะเป็นช่องทาง IRC ก็ช่วยคุณได้เหมือนกัน Support ฟรีครับ ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เลย นอกจาก "ใจ" ล้วน ๆ (ลิ้งค์ไปที่ต่าง ๆ ที่กล่าวถึงอยู่ด้านขวานะครับ ลองไปดูได้)
  • อะไรที่ วินโดวส์ ทำได้ Ubuntu ก็ทำได้ ไม่ได้อยากยกข้อนี้มาเป็นข้อดีหรอกครับ เพราะมันจะดูเหมือนเอา Ubuntu มาเปรียบเทียบกับวินโดวส์ ในทัศนคติของผมแล้ว ผมไม่ได้มองว่า Ubuntu ทำได้แบบวินโดวส์ หรือทำได้ดีกว่าวินโดวส์ แต่ผมมองว่า Ubuntu ก็คือ Ubuntu Linux ก็คือ Linux และ วินโดวส์ ก็คือ วินโดวส์ แต่ละอย่างนั้น มีข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะปรับตัวกับมันได้หรือไม่ ผู้ใช้ Windows ที่มาจับ Linux แรก ๆ อาจจะแหยง มึน งง กับมันต่าง ๆ นานา แล้วก็กลับไปใช้วินโดวส์กันแทบไม่ทัน หรือผู้ที่ใช้ Linux จนชิน มาจับวินโดวส์ทีนึงก็มึนตึ้บ มันไม่แปลกหรอกครับ ความเคยชินของเราอยู่ที่ไหน การเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนกับสิ่งที่เราเคยชินก็ยาก เป็นเรื่องปกติ เทรนด์การพัฒนาของ Linux แต่ละ Distro ตอนนี้ก็เลยมีโฟกัสใหญ่ ๆ ตรงที่ทำให้เหมือนกับที่ทำได้บนวินโดวส์ อันนี้ประโยชน์ตกอยู่กับพวกเราอีกแล้วครับ เพราะไม่ต้องปรับตัวกันมากมาย แต่ใช้ ๆ ไปแล้วอย่าลืมนะครับ ว่ามันเป็น Linux มันเป็น Ubuntu ไม่ใช่ Windows อะไรที่ไม่ได้ดังใจก็อย่าเพิ่งหงุดหงิด แต่พยายามเรียนรู้มันไป เพียงเท่านี้ล่ะคับ คุณก็จะใช้ Linux ไม่ว่าจะ Distro ไหน ได้อย่างสบายใจ และไม่หงุดหงิดกะมันอีกต่อไป (เป็นเรื่องของทัศนคติที่ต้องปรับปลี่ยนกันแรงมาก ๆ)

    โปรแกรมของ Linux นั้นมีมากมายครับ ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ใช้ได้แทบทุกระดับ เรื่องดูหนัง ฟังเพลง ท่องโลกไซเบอร์ BitTorrent P2P Office Accessories นี่ ไม่ต้องพูดถึงครับ พร้อมสรรพ และใช้งานได้จริง เข้าขั้น "ดี" เลยล่ะคับ

    สำหรับปัญหาของผมในตอนนี้คือ ยังหาโปรแกรมจัดการระบบระเบียบไฟล์รูปภาพกว่า 60,000 รูปไม่ได้ครับ เดิมบนวินโดวส์ ผมใช้ Picasa โปรแกรมแสนเวิร์คของ Google เค้า ซึ่งมันก็มีบน Linux นะครับ แต่มันไม่ Native น่ะครับ คือ ไม่ใช่โปรแกรมที่เขียนมาเพื่อ Linux จริง ๆ แต่ใช้เอนจิ้นของ WINE (เป็น emulator ทำให้ใช้โปรแกรมของวินโดวส์บนลินุกซ์ได้) ซึ่งจริง ๆ มันก็โอเคในระดับหนึ่งนะครับ แต่เมื่อเทียบความเร็วในการทำงาน และฟังก์ชั่นการใช้งานแล้ว ของ Linux ยังด้อยกว่าตัวที่ใช้บนวินโดวส์อยู่ ตอนนี้เลยตัดใจ ยังไม่จัดการรูปครับ รอหาโปรแกรมที่เวิร์ค ๆ หรือรอให้ Picasa เขียนโค้ดให้รันบนลินุกซ์โดยไม่ผ่าน WINE แล้วค่อยว่ากันใหม่

    นอกนั้นใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหาครับ ไม่ว่าจะเป็น Firefox ตัวเก่ง ที่ใช้มาตั้งแต่บนวินโดวส์ Rhythmbox ที่เบาบาง และไม่กินทรัพยากรเครื่องเหมือน iTunes xChat ที่ฟังก์ชั่น และหน้าตา น่าใช้งานกว่า mIRC มากมาย The GIMP ที่ชวน งง มาก แต่ก็ไม่ทำให้เครื่องอืดเหมือน PhotoShop รวมถึงข้อดีที่ผมชอบอีกข้อนึงของ Ubuntu หรือ Linux ตระกูลใด ๆ ก็คือ ติดตั้งเสร็จปุ๊บ โปรแกรม และไดรเวอร์อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้รับการติดตั้ง และใช้งานได้ทันที ในขณะที่บนวินโดวส์ เราต้องมาไล่ลงไดรเวอร์ และโปรแกรมต่าง ๆ เอง เสียเวลามากมาย
  • บน Ubuntu ไม่มีไวรัส จริง ๆ เป็นความเชื่อที่ผิดนะครับ เพราะมันมี แต่น้อยกว่าบนวินโดวส์หลายร้อยเท่า อารมณ์ก็คงเหมือนกับ Mac ที่โฆษณาว่า OSX ไม่มีไวรัส แต่เอาเข้าจริง โดนไปทีนึงก็อ่วมเหมือนกัน ที่ผมตั้งใจจะบอกคือ ไวรัสของระบบปฎิการที่ไม่ใช่ Windows มันน้อยครับ อย่าง Ubuntu ของผมนี่ ไม่มี AntiVirus, AntiSpyware ซักตัวเลยนะครับ ก็ไม่เคยได้รับผลร้ายแปลก ๆ จากการเล่นเน็ตซักครั้ง ลองเป็นวินโดวส์สิครับ ไม่ติดตั้ง 2 ตัวนั้น ไม่เกิน 24 ชั่วโมง คอมพ์คงพรุ่นแน่ ๆ หากเล่นเน็ต หรือเอาแฟลชไดรว์ฟที่มีไวรัสมาเสียบ ที่สำคัญ เมื่อไม่ต้องลงโปรกแกรมแอนตี้ต่าง ๆ ก็ไม่มี Service มากินแรม โอวว สวรรค์
  • Ubuntu ใช้ทรัพยากรของระบบน้อย แรมของผม 1.5 GB เปิดวิสต้ามา ยังไม่ได้เปิดโปรแกรมอะไร ใช้แรมไปแล้ว 600 MB กว่า ๆ แต่บน Ubuntu ในสภาวะเดียวกัน ใช้ไปเพียง 200 MB นิด ๆ คิดกันเอาเองนะครับ (เค้าเปิดใช้เอฟเฟควิ๊ง ๆ ด้วยน๊า)
  • Ubuntu ไม่ต้องการเครื่องที่มีเสปกสูง (มากเท่าวิสต้า) คอมพ์เครื่องเดิมที่เคยรัน XP เมื่อมารันวิสต้ากลับอืดถึงขีดสุด ลองเปลี่ยนมารัน Ubuntu สิครับ วิ่งปรู๊ด ๆ
  • เอฟเฟควิ๊ง ๆ ของ Ubuntu สวยกว่า Aero ของวิสต้า อันนี้เท่าที่ใช้มานะครับ รู้สึกว่า Compiz-Fusion Desktop Effect มาตรฐานของ Ubuntu 7.10 มันทำงานได้สวยกว่า และปรับแต่งได้ละเอียดยิบกว่า และมี Theme ให้เลือกใช้มากกว่า Aero ของวิสต้า (ทั้งนี้ต้องลง Package ต่าง ๆ เพิ่มอีกนิดหน่อยนะครับ) และในการใช้งานจริง ก็ไม่ชวนเครื่องช้า หรืออืดเท่ากับ Aero (ทั้งนี้คงเพราะ Ubuntu มันใช้ทรัพยากรพื้นฐานน้อยกว่าวิสต้าด้วยล่ะครับ เลยเหลือแรมให้มาเล่นวิ๊ง ๆ กันเยอะ อิอิอิ)
  • Try Before Install แผ่นติดตั้งของ Ubuntu รุ่นหลัง ๆ นี้มีความสามารถเป็น LiveCD หรือระบบปฎิบัติการบนแผ่น CD เรียกได้ว่า ทำเกือบทุกอย่างได้จริง เหมือนติดตั้งลงไปแล้วเลยครับ คุณสามารถทดลองใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ ได้ก่อนติดตั้งจริง ๆ จะมีข้อจำกัดก็เพียงติดตั้งโปรแกรมไม่ได้เท่านั้น (เพราะมันรันอยู่บน CD) และที่เจ๋งกว่านั้นคือ ในขณะที่คุณสั่งติดตั้ง ยังสามารถใช้งาน LiveCD นั้นต่อไปได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นฟังเพลง ดูหนัง เล่นเน็ต วิสต้าทำได้ไหมละแบบนี้ อิอิอิ
  • แนว ฮะ ๆ ๆ ข้อดีข้อนี้ เป็นอะไรที่ดูไร้สาระสุด ๆ แต่มันเท่ห์นะตัว ขอบอก ใช้อะไรที่คนอื่นเค้าไม่ใช้กัน ทำให่้เราดูโดดเด่นขึ้นมาทันที ก็อารมณ์เดียวกับคนที่ใช้ OSX แหละมั้งครับ ที่สำคัญ มันสะใจที่เห็นเพื่อนมาใช้คอมพ์ของเรา แล้วมันเล่นได้สบายมือมันเรย ไม่ว่าจะเปิดหนัง ฟังเพลง เล่นเน็ต แชต เนียนซะจนไม่รู้ตัวว่า นี่ไม่ใช่วินโดวส์นะ 555+ สะใจดีครับ ที่สำคัญ ใช้ไปจนชิน หรือใช้เป็นหลัก เวลาไปเขียน Resume สมัครงาน แล้วมีให่้กรอกระบบปฎิบัติการที่ชำนาญ เรากรอกได้ถึง 2 ตัวเป็นอย่างต่ำเลยนะครับ หรือ Windows และ Linux เท่ห์ซะไม่มีล่ะ อิอิอิ
นึกไม่ออกแล้วครับ พิมพ์ไป ตรวจทานไปชั่วโมงกว่าแล้ว ได้เท่านี้เองอะ ใครมีข้อดีอื่น ๆ ของการใช้ Ubuntu ก็ช่วยกันเสริมนะครับ เพื่อน ๆ ท่านอื่นจะได้สนใจ และเปลี่ยนมาใช้ Linux กันมากยิิ่ง ๆ ขึ้นไป ถือว่าช่วยกันเพื่อเสรีภาพแห่งการใช้ซอฟท์แวร์นะครับ (ไม่ได้ชวนไปประท้วงนะ 555+)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ผมดันไม่ปลื้มอูบุนตูแฮะ
หลายคนแน่ะนำ แต่เล่นแล้วไม่หนุก

ที่หนุกสุด ก็น่าจะเป็นสแล็คแวร์ พร้อมเครื่องมือแบ็คแทร็กนี่แหละ หนุกสุด

แต่เท่านี้ผมไปรู้จากวงในมา ระบบปฏิบัติการลินุกส์ มีไวรัสน้อยกว่า แต่ ถูกจะระบบหรือแฮกได้ง่ายกว่า >< confused smile

#1 By หมีขั้วโลก™ on 2007-11-01 18:54

ทุกอย่างมีข้อดี และ ข้อเสียคับ
ตัวผมลองแต่สาย Debian กับ Suse น่ะคับ เลยชอบ Debian มากกว่า

ว่าง ๆ ก็อยากลอง Slaxware กับ Gentoo บ้าง จะได้รู้ว่าเป็นอย่างไร question

ใครมีประสบการณ์กับลินุกซ์สายพันธุ์ใด ลองมาแชร์กันบ้างนะครับ จะได้เป็นที่ช่วยประกอบการตัดสินใจของเพื่อน ๆ คับผม confused smile

#2 By P e x on 2007-11-01 18:58

ผมเคยเอา Ubuntu 6 มาเล่นแต่งงๆตอนลงโปรแกรมอ่ะครับ sad smile
เหมือนว่ามันจะเรียกให้้ต่อเน็ตอยู่ตลอดเวลา -*-

ปล. แต่เรื่องความเคยชิน.. ถ้า OS ใช้้ง่ายจริง ผมว่าไม่เกิน 2ชม. ก็เป็น..

ปล2. ผมใช้ OSX ชม.กว่าๆก็ชิน.. แต่ไม่ใช่กับ Ubuntu6 sad smile

#3 By kaito on 2007-11-01 18:59

Ubuntu 7.10 ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
เพราะมันรู้จัก Wireless USB เจ้าปัญหาของผมแล้ว ไม่ต้องพึ่ง Ndiswrapper อีกต่อไป

เท่าที่เล่น Ubuntu มาตั้งแต่ 6.06 ผมว่า ชีวิตผมมาลงตัวกับเจ้า 7.10 นี่แหละครับ อะไร ๆ ดูเข้าที่ขึ้นเยอะเลยล่ะ question

#4 By P e x on 2007-11-01 19:06

อืม... ความรู้ใหม่ เดี๋ยวจะลองๆ ศึกษาดู
ขอบคุณนะครับbig smile

#5 By CHAN on 2007-11-01 20:19

เคยเห็นในเครื่องแฟน
ตอนเปิด มีให้เลือกคุณ ubuntu เหมือนกัน

แต่ตอนนั้นเห็นแล้วงงตึ๊บ..

พึ่งมารู้ตอนนี้เอง
ว่ามันเป็นไง

big smile

#6 By d ii z e m b e r* on 2007-11-01 20:58

โอ้วว ดีครับๆ เขียนได้อ่านง่ายดี ผมก็เพิ่งโหลดมา 7.10 แต่ยังไม่ได้ลงเลย ฮ๋าๆ ขี้เกียจ

#7 By ฟิวส์ on 2007-11-01 21:50