from "When Secret is not Secret" to "Why Macbook ?"

posted on 04 Nov 2007 14:17 by pexza  in Gossip, Life, Tech

นี่ล่ะน๊า ถึงอยากได้โน็ตบุ๊คเป็นของตัวเอง

Move to everywhere with Confident.

โฮ ๆ แม็คบุ๊กจ๋า เมื่อไรเราถึงจะมีวาสนาได้มาอยู่ด้วยกันเสียที๊

(ถ้าซื้อแล้วจาโดนเขม่นมั๊ยเนี่ย แพงเกินหน้าชาวบ้านเค้าหมดเลย แต่ราคานั้นมันรวม OS กับ Software ไปตั้ง 8,000-9,000 น๊า ลบออกไปแล้วราคาเครื่องก็พอ ๆ กะยี่ห้ออื่นแหละเนาะ - โหมดปลอบใจตัวเอง อิอิอิ)

WHY MACBOOK

เป็นคำถามที่เพื่อนชอบถามกันจัง ถูกหาว่ากระแดะบ้าง หัวสูงบ้าง แหม...เงินตั้งหลายหมื่น ให้ซื้อ Acer มาปิ้งบาบีคิวกินเรอะ โน็ตบุ๊กอาไร๊ เปิดเครื่องมาไม่ถึงชั่วโมงร้อนยังกะเตาอบ ถ้าไม่เชื่อนะครับ ลองไปตามห้างที่ขายโน็ตบุ๊ค ที่เค้าเปิดเครื่องโชว์อะครับ ลองเอามือไปอัง ๆ แถวคีย์บอร์ดดูนะครับ ยี่ห้อเดียวที่จะส่งไอร้อนแผดเผาออกมาคือ ACER นอกนั้นยี่ห้ออื่นเค้าเก็บความร้อนได้สงบเสงี่ยม

(พูดไปซะดังเชียว รุ่นเวิร์ค ๆ เค้าก็มีคร๊าบ ACER เนี่ย แต่สำหรับโน็ตบุ๊กจอ 13 นิ้วขึ้นไป ACER มันหารุ่นที่เสป็คแรง ๆ แต่ไม่ร้อนยากครับผม)

กลับมาที่ Macbook ของเราต่อนะครับ (เลยไป ACER ทีไร อดไม่ได้ทุกที) มาดูเหตุผลว่า ทำไมต้อง Macbook

  1. สวย
    น่าถีบมากเลยข้อนี้ แต่อันนี้เป็นความรู้สึกแบบ "รักแรกพบ" เลยอะ ดูในรูปก็ว่าสวยแล้ว พอไปดูตัวจริงถึงกับเคลิ้ม เกือบได้ไปนอนเล่น Macbook ในบางขวางฐานลักทรัพย์ ปกติก็ชอบอะไร ๆ ที่เป็นสีขาวอยู่แล้วนะครับ (เพราะใช้ของสีดำล้วน ๆ แล้วมักหายเกลี้ยง) พอมาเจอ Macbook ที่ขาวไร้มนทิล (ผิดกับคนจะใช้) ไม่รักยังไงไหว จริงปะ อีกอย่าง งานประกอบก็เนี๊ยบ ไม่ก๊องแก๊งเหมือน . . . (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) ดังนั้น จะมีเหตุผลใดที่ไม่เลือก Macbook . . . คำตอบคือ ไม่มี๊
  2. ความสามารถครบครัน
    ในโน็ตบุ๊กราคาประมาณ 50,000 (รวมซอฟท์แวร์ 8,000 กว่าบาทไปแล้ว) ที่มีกล้องเว็บแคมบันเดิ้ลมาให้เลย รวมถึงมีรีโมทคอลโทรลสำหรับ Media Center อย่าง Front Row มาให้อีก ถามว่าไปหาจากยี่ห้ออื่นได้ไหมครับ อย่างมากราคานี้ก็มีเพียง Webcam ไม่มีรีโมทมาให้ใช้ หรืออาจจะหาได้ใน HP Pavillian ที่ราคา 79,000 บาทขึ้นไป เกินงบไหมล่ะครับท่านผู้ชม
  3. Easy to Move
    ด้วยน้ำหนักที่ไม่มาก (เพราะจอไม่ใหญ่) ขนาดก็ไม่ใหญ่มาก ทำให้พกพาสะดวกครับ สามารถใส่กระเป๋าสะพายข้าง หรือเป้สะพายหลังขนาดไม่ใหญ่มาก พกพาแล้วไม่เสียบุคลิก รวมถึงไหล่ไม่ทรุดอีกตังหาก บางทีถือโดด ๆ เครื่องเดียว กลับดูดีมีชาติตระกูลอีกตังหาก มีสไตล์ขึ้นมากระทันหัน มีแต่ได้กับได้นะครับงานนี้
  4. Software Bundle
    ในราคา 50,000 เศษ ๆ นี้ ได้รวมค่า OS และ Application มาให้พร้อม ถ้าไปซื้อโน็ตบุ๊คยี่ห้ออื่น อย่างดีก็ได้ License ของวิสต้า แล้วก็ไม่แคล้วเอามาลง PowerDVD เถื่อน Office เถื่อน Nero เถื่อน แต่ในเครื่องของ Mac ไม่ใช่แบบนั้นครับ เพราะ Mac ได้เตรียม Application ที่เวิร์ก และพร้อมใช้งานมาให้เรียบร้อย ไม่ต้องหาโปรแกรมอื่นมาทดแทน เช่น iPhoto โปรแกรมจัดการรูปภาพสุดเวิร์กของ Mac เมื่อเทียบกับ Photo Gallery ของ Vista แล้ว เทียบกันได้แค่หน้าตาครับ ส่วนความสามารถ Gallery ของ Vista ยังสู้ Picasa ซึ่งเป็นของฟรีไม่ได้เลยครับ หรือ iTunes ที่ให้เสียงดีกว่า Windows Media Player ปรับแต่งเสียงได้ละเอียดและมีมิติมากกว่า หน้าตาดูเรียบง่าย น่าใช้งานมากกว่า (และก็แด๊กแรมมากกว่า หุหุหุ) ที่สำคัญ ทำงานร่วมกับไอพอต และไอโฟนได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องลำบากดาวน์โหลดมาติดตั้งเพิ่มเติมใน Vista เพื่อให้มันเป็นวัตถุสีเทา ทึบแสง และแปลกปลอมบนวิสต้าด้วย
    ทางด้านโปรแกรม Office สำหรับ Mac นั้น เครื่อง Mac ทุกเครื่องจะมี Microsoft Office 2004 Test Drive มาให้ลองใช้กัน 30 วัน แต่ต้องขอบอกว่า Office เวอร์ชั่นนี้มันเทียบได้ประมาณเวอร์ชั่น 2003 ของ PC พูดง่าย ๆ คือ โบราณแล้วครับ ทางเลือกอื่นที่ดีกว่าคือ ใช้ของฟรี เช่น OpenOffice หรือ NeoOffice แต่ตัวที่ผมอยากแนะนำคือ iWork ซึ่งเป็นโปรแกรม Office ของ Mac ครับ โดย iWork จะต้องซื้อแยกต่างหาก ไม่บันเดิ้ลมากับเครื่อง สนนราคาเพียง 3,500 บาทเศษ ๆ ซึ่งราคานี้ยังซื้อ Microsoft Word ตัวเดียวโดด ๆ ไม่ได้เลยครับ
    iWork ปัจจุบันมีถึงเวอร์ชั่น '08 แล้ว ประกอบไปด้วย 3 Applications คือ
    ทั้งสามตัวนี้ มีความสามารถเทียบเท่า (และดีกว่าด้วยบางอย่าง) กับ Apps ของ Microsoft Office ที่บอกไป รวมถึงสามารถใช้งานร่วมกันได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะเอาชัวร์ ผมว่าใช้ OpenOffice จะเวิร์กกว่าครับ 555+
  5. ความเนี้ยบของ OSX
    ความน่าตื่นตาตื่นใจใน Vista ที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ มันมีมาตั้งนานแล้วใน OSX Tiger ที่ออกมาเป็นชาติ รุ่น ๆ เดียวกับ XP นั่นแหละ หมายความว่า OSX ได้นำหน้า Windows ไปหลายช่วงตัวแล้ว Vista จึงเพิ่งได้นำข้อดีต่าง ๆ มายัดใส่ลงไป เช่น Expose' หรือ Desktop Effect ที่ใช้พรีวิวหน้าต่างที่ใช้งานอยู่ใน Mac ก็กลายร่างมาเป็น Flip3D บนวิสต้า (ไม่เวิร์คในด้านการใช้งานจริงอย่างแรง เพราะมันแสดงแบบเอาสีข้างยื่นเข้ามาหา มองเห็นหน้าตาของหน้าต่างที่แสดงอยู่ไม่ชัดเจน ได้แค่ความสวยงามและความวิ๊ง ๆ เท่านั้น) หรือ Gadget ที่อยู่บน Sidebar ในวิสต้า ก็มาจาก Widget ที่อยู่บน Dashboard ของ Tiger และหน้าตาของ Explorer ตัวใหม่ในวิสต้า ก็ช่างคล้ายคลึงกับ Finder ของ Tiger เหลือเกิน
    รู้กันขนาดนี้แล้ว จะไม่ลองใช้ OS ต้นน้ำเหรอครับ ว่าต้นฉบับเค้าจะดีขนาดไหน ลองไปใช้อะไรที่ไม่ขาด ไม่เกิน อย่าง Mac OS X กันดูสิครับ แล้วจะติดใจ จนไม่กลับมาใช้วินโดวส์อีกเลย
  6. ไม่มีความจุกจิกของไดรเวอร์
    Mac OS X ถูกออกแบบมาสำหรับเครื่องของ Mac เอง ดังนั้น จึงมีความเข้ากั๊น เข้ากัน ระหว่าง OS กับ Hardware สูงมาก และระบบ หรือไดร์เวอร์ต่าง ๆ ไม่ได้ถูกยัดเยียดมาให้เทอะทะ เกินความจำเป็นเหมือนวินโดวส์ ที่ต้องพยายามทำให้ OS ของตนนั้น เข้ากันได้กับ Hardware มากที่สุด ถึงแม้ปัจจุบันบริการ Windows Update จะฉลาด และใช้งานได้จริงมากขึ้น ในการอัพเดท หรือหาไดรเวอร์สำหรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในเครื่องที่ติดตั้ง แต่บางอย่างก็ไม่มีให้อัพเดทผ่าน Windows Update ผู้ใช้จำเป็นจะต้องไปหาดาวน์โหลดมาติดตั้งเอง ในกรณีของผู้ใช้งานที่ไม่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์หรือภาษาอังกฤษมากนั้น แน่นอนว่าเสี่ยงต่อการเลือกไดรเวอร์ที่ผิดมาติดตั้งสูงมาก และการทำงานของคอมพิวเตอร์อาจจะไม่ราบรื่น ดังนั้น OSX จึงชนะใส ๆ ในเรื่องนี้ เพราะไม่มีความจำเป็นต้องหาไดรเวอร์ของอุปกรณ์ใด ๆ มาติดตั้งเพิ่มเติมเลย (กรณีที่ไม่นำอุปกรณ์อื่นนอกเหนือจากที่มากับเครื่องมาเชื่อมต่อนะครับ) ปัญหาที่มักจะเจอกันของผู้ใช้วินโดวส์คือ ไดรเวอร์การ์ดจอ แต่ใน Mac ไม่มีปัญหานี้ครับผม
  7. ความเสถียรของระบบ
    สืบเนื่องมาจากข้อที่ 6 ครับ แน่นอนว่า ในเมื่อ Hardware และ Software ของ Mac มันเกิดมาคู่กันขนาดนี้ การทำงานจึงเสถียรอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่มีอาการแฮ้งค์ หรือ Blue Screen Of Death บ่อย ๆ เหมือนวินโดวส์ (ที่สาเหตุของ BOD มักมาจากการทำงานของ Hardware โดยเฉพาะ RAM) รวมถึงเรื่องของไวรัสคอมพิวเตอร์ ที่ไม่มีระบบปฏิบัติการไหนจะพรุนสุด ๆ เหมือนวินโดวส์แล้วล่ะครับ อันนี้จะไปว่าวินโดวส์ไม่ปลอดภัยไม่ได้ แต่เป็นเพราะเหล่า Hacker มีเป้าโจมตีอยู่ที่วินโดวส์มากกว่าครับ ต่อให้ระบบของวินโดวส์ป้องกันดีขนาดไหน หรือต่อให้ีโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ดีขนาดไหน แต่ตราบใดที่เรายังมี Crack ให้ใช้ ตราบนั้นไวรัสก็ไม่หมดไปหรอกครับ (เพราะของมันคู่กัน 555+) Mac กับ Linux ใช่ว่าจะไม่มีไวรัสนะครับ มีเหมือนกัน แต่นาน ๆ จะโผล่มาสร้างความฮือฮาซักที เพราะเหล่า Hacker หรือคนทำไวรัส มองไม่เห็นความสำคัญที่จะทำให้ผู้ใช้ตามบ้านเดือดร้อนหรอกครับ Windows เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้กันมากทีุ่สุดในภาครัฐ และภาคธุรกิจ ดังนั้น การป่วน Windows จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า ทำแล้วดังกว่า เช่นนี้แล

เอาล่ะครับ ว่าจะเขียนเหตุผลที่เลือก Macbook กลายมาเป็นบรรยายข้อดีของ OSX ซะเยอะเลย เอาน่าครับ ของมันมาคู่กัน ถ้าเครื่องดี แต่ OS ห่วยผมคงไม่เชียร์ให้ใช้หรอ จริงปะ อิอิอิ

ใครมีความคิดเห็นอย่างไร จะเพิ่มเติม จะคัดค้าน หรือจะกล่าวถึงข้อเสียของ OSX บ้าง ก็ยินดีนะครับ มาแชร์ประสบการณ์ด้วยกัน ผู้อ่านท่านอื่นจะได้รับประโยชน์ครับผม สัญญาว่าจะใส่ใจทุกความเห็นครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อยากได้เหมือนกันค่ะ
แต่คงไม่มีโอกาสแหะ ...

#1 By แก้ว on 2007-11-04 16:00

กำลังมองหาซื้อโน๊ตบุ๊คดีๆอยู่เลยขอรับ เก็บไว้พิจารณาbig smile

#2 By saya chan on 2007-11-04 16:00

ไม่เสียใจแน่นอนครับผม อิอิอิ big smile

#3 By P e x on 2007-11-04 16:10

จุกว่า...
MAC มันเหมือนภัตราคาร หรู เชอราตัน.. ใบหยก.. อะไรประมาณนั้น
VISTA เหมือน ร้านอาหารหน้าปากซอย มีอะไรให้กินหายหล่าง ในราคาที่เราชาวบ้านซื้อได้ ไม่เกินตัว...
แต่ถามไว่าใครบ้างไม่อยากกินอาหารหรู้ ภัตาคารดัง... แต่ติดที่เงินในประเป๋าครับ....
งงไม่เนี้ย..sad smile

#4 By ไอ้จุก (202.139.223.18) on 2007-11-04 20:37

แก้ไข คำผิด

จุกว่า...
MAC มันเหมือนภัตราคาร หรู เชอราตัน.. ใบหยก.. อะไรประมาณนั้น
VISTA เหมือน ร้านอาหารหน้าปากซอย มีอะไรให้กินหลายอย่าง ในราคาที่เราชาวบ้านซื้อได้ ไม่เกินตัว...
แต่ถามไว่าใครบ้างไม่อยากกินอาหารหรูๆ ภัตาคารดังๆ... แต่ติดที่เงินในประเป๋าครับ....
งงไม่เนี้ย..

#5 By ไอ้จุก (202.139.223.18) on 2007-11-04 20:38

ตอบคุณจุกครับ

เห็นด้วยเลยครับ ว่าวิสต้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า ส่วน Mac OS X นั้น ถ้าไม่มีเครื่องแมค เท่ากับการลงทุนเพื่อได้ครอบครองมันต้องใช้เงินสูงมาก

ผมมองว่า วิสต้าตัวปัจจุบัน ที่ยังไม่เป็น SP1 มันเอาความเป็น Mac มาซะเยอะเลยครับ แต่เดิมผมใช้วิสต้านะ แล้วก็ชอบมากเสียด้วย แต่เป็นการใช้แก้ขัดน่ะครับ เพราะตั้งใจว่าจะซื้อเครื่องแมคตอน Leopard ออกทีเดียว

ระหว่างที่รอนี้ พอดีมากิ๊กกับ Ubuntu ซะก่อน ลองจนลงตัวแล้ว ก็เลยปักหลักอยู่ Ubuntu เ้ลย

จุดที่ผมว่า Ubuntu และ Mac น่าใช้กว่าวิสต้า ก็ตรงที่ความต้องการเสปกเครื่องของสองตัวนี้ ไม่มากเท่าวิสต้าน่ะครับ แรมเครื่องผม 1.5 GB มันก็รับวิสต้าได้นะครับ แต่พอมาใช้ Ubuntu แล้ว แรมเหลืออื้อเลย ขนาดเปิด Desktop Effect แบบเต็มพิกัดเลยนะครับ ก็เลยรู้สึกว่า ใช้ Ubuntu แล้วสบายเครื่องกว่าน่ะครับ (เกี่ยวกันไหมเนี่ย)

แต่สิ่งหนึ่งที่ Ubuntu ยังสู้วิสต้าไม่ได้ คือ File Manager ครับ ยังไง Windows Explorer ก็เป็นที่ 1 ในปฏพีจริง ๆ (เปรียบเทียบแค่ระหว่าง Explorer Finder Nautilus และ Konqueror นะครับ) ตัวอื่นยังมีความยืดหยุ่นสู้ Explorer ในวิสต้าไม่ได้

จะรอดูความเปลี่ยนแปลงของ Vista SP 1 ครับ ว่าเวิร์กขึ้นกว่าเดิมไหม อิอิอิ confused smile

#6 By P e x on 2007-11-04 20:57

เห็นว่ากำลังจะมาเป็นสาวก Mac เพิ่มอีกคน ผมเลยอยากเตือน ๆ เอาไว้ก่อนว่า มันไม่ได้มีข้อดีไปทั้งหมดที่เขียน ๆ มานะครับ จากที่อ่าน blog ของคุณมาไม่นานเห็นว่าติดตาม Mac มาพอสมควร (ตอนนี้ผมใช้ mbp อยู่ เคยคิดจะซื้อ mb เหมือนกัน)

ไล่ไปทีล่ะข้อเลยแล้วกันนะ

1. การออกแบบ mb เป็นการออกแบบที่ผิดพลาดอยู่อย่างนึงครับคือเรื่องของการเอาพลาสติกมาทำเป็น case ทั้งหมด ผลที่ได้ก็เห็น ๆ กันอยู่ครับคือมันแตก ร้าง หัก ฯลฯ เมื่อใช้ไปซักพัก อันนี้อยู่ที่ดวงนะครับไม่ใช่ว่ามันต้องแตกทุกเครื่อง และอีกอย่าง QC ของ mb (รวมถึง mbp ด้วยนะ) ผมว่ามันแย่ลงกว่าเมื่อก่อนมาก เพราะมันราคาถูกลงด้วยมั้ง ส่วน mb วัสดุไม่ได้ดีไปกว่ายี่ห้ออื่น ๆ เท่าไหร่นะครับ แต่เรื่อง design ผมก็ว่า mb กินขาดยี่ห้ออื่น ๆ :D ข้อนี้เตือนเฉย ๆ ครับ ซื้อมาต้องเพื่อใจว่าจะเจีง คนที่ผมรู้จักซื้อ mb ประมาณ 80% เคยไปเที่ยว mcc มาหมดแล้ว

2. hp เดี๋ยวนี้เกือบรุ่นที่เป็นรุ่นกลาง ๆ ขึ้นไป แถม remote แล้วนะครับ แถมมีที่เก็บให้เรียบร้อยด้วยพกง่ายกว่า remote mb ส่วนกว่าก็จริงแต่ไม่มีที่เก็บ มีแต่ แม่เหล็กไว้แปะข้าง ๆ จอเท่านั้นเองพกก็ยาก feature นี้ รวมทั้ง frontrow ผมว่าพอเลิกเห่อก็อาจจะไม่ได้ใช้เลย แต่ผมก็เคยเห็นคนใช้ frontrow แบบจริง ๆ จัง ๆ ก็มีนะ แต่ใช้บนเครื่อง iMac เพราะว่า remote มันเก็บง่าย

3. อันนี้ขอผ่านครับเห็นด้วยเต็มที่ :)

4. ขอไล่ทีล่ะตัวแล้วกัน ผมว่า software แถมสำหรับ mac เนี่ย มันอยู่ที่นิสัยการใช้งาน software ของแต่ล่ะคนด้วยนะครับ ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบใช้งานในลักษณะ library แล้ว software ของ mac จะเหมาะกับคุณมาก ๆ เช่น พวกตระกูล iLife หรือ iTune แต่ถ้าไม่ใช่ มันจะสร้างความรำคาญให้คุณจนไม่อยากใช้ไปเลยทีเดียว แต่ software ใหม่ ๆ หลายตัวจะเป็น library กันหมดแล้ว

M$ office 2004 for Mac ไม่ใช่ universal library นะครับ run บน rosetta อีกที ดังนั้นก็ช้าเป็นธรรมดา ท้ายสุดก็ต้องรอ version 2008 อยู่ดี เห็นด้วยกับที่แนะนำครับ iWork เป็นทางออกทีดี แต่ลองใช้งานแบบจริง ๆ จัง ๆ แล้ว เช่น Pages vs. M$ Word ผมว่า Word ก็ดีกว่าไม่ใช่เพราะว่าชินนะครับ feature หลาย ๆ อย่าง Word มันดีกว่าจริง ๆ (Word 2003 กับ Pages 08 นะครับ) แต่จริง ๆ แล้ว Pages มันก็ไม่ใช่ Word Processor อยู่แล้วนิ มันก็ต้องต่างกันเป็นธรรมดา แล้วก็ต้องใช้ neooffice ไว้กัน export แล้วพวกเครื่อง windows เปิดไม่ได้ อันนี้ต้องทำใจครับ เพราะอยู่บนโลกที่ใช้ M$ office เป็นส่วนใหญ่

อีกนิด ถ้า office 2008 ออกมาก็ต้องทำใจไว้ก่อนว่ามันไม่ compatible 100% กับที่ใช้บน windows หรอก

Keynote & Numbers เท่าที่ลองใช้ก็รู้สึกว่ามันดีกว่า PP และ excel เสียอย่างเดียว Keynote มันมี template ให้เลือกน้อยกว่า แต่ feature บางอย่างใน Keynote มันก็ยังขัด ๆ อยู่

5. พูดไปแล้วในข้อ 4 นะ

6. OSX อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ผมใช้ Mac เพราะ OSX นี่แหละ ยิ่งเป็น leopard แล้ว ผมว่าอะไร ๆ ก็ดีกว่า tiger เยอะครับ อย่างน้อย ๆ ก็เร็วกว่า tiger แบบรู้สึกได้เลยนะ

7. เดี๋ยวเขียนต่อแล้วจะมา comment เพิ่มให้นะครับ อิอิ

#7 By WuT (58.9.228.210) on 2007-11-05 13:28

เห็นด้วยในทุกกรณีครับ ผมเองก็อยากได๊ อยากได้ แต่ว่าก็ซื้อ acer ด้วยเหตุผลที่ว่า ผ่อนได้ครับ 555

#8 By เจ้าชายน้อย on 2007-11-05 15:21

ตอบเจ้าชายครับ

Mac เองก็ผ่อนได้นะครับ ตั้งแต่ AEON จนถึงบัตรเครดิตเลย (กำลังจะทำบัตร KTC เพื่อถอย MB ตัวใหม่แร้วครับ) question

#9 By P e x on 2007-11-05 15:36

มาต่อข้อ 7 ให้ตามสัญญาครับ อ้างถึงข้อ 6 หน่อยแล้วกัน

Wndows, OSX มันเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้นะครับ ถึงแม้มันจะเป็น os เหมือนกันก็ตาม เพราะนโยบายบริษัทมันแตกต่างกันแบบเห็นชัดเจน

M$ เป็นบ. ขาย software ครับดังนั้น concept การทำ software คือต้องใช้ได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ยิ่งมากยิ่งได้เงินเยอะ ดังนั้น M$ คงไม่ทำ os ให้ใช้กับเครื่องหรือ hardward บางรุ่นบางยี่ห้อเหมือน Apple ผมว่าถ้า M$ ไม่ยึด concept แบบนี้ทุกวันนี้คงไม่มี hardward ให้เราเลือกใช้ได้เยอะแบบนี้นะครับ หลาย ๆ อย่างเกิดจาก M$ ผมไม่หมายความว่า Windows จะดีไปซะทุกอย่างนะครับ แต่อันนี้เป็นข้อดีข้อนึง ใน concept แบบ open แบบนี้ ซึ่งแน่นอนมันต้องแลกกับความเสถียรของระบบ และความปลอดภัย

ส่วน apple แนวทางคือการขาย hardware เป็นหลักซึ่งการทำ os ออกย่อมต้องทำให้ใช้กับ hardward ของเค้าได้แบบดีที่สุดจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ apple จะทำ Live Update ได้ดีกว่า M$ ที่มี hardward ร้อยพ่อพันแม่ ที่มาใช้กับ os ซึ่งอันนี้มันจะส่งผมถึงความเสถียรของระบบ (เป็นไปไม่ได้ที่ M$ จะทำ Update ให้กับ hardware ทุกตัวที่ตัวเองไม่ได้ทำขึ้นมา)

โปรแกรมที่เราใช้ ๆ กันอยู่ทุก ๆ วันนี้บน windows มีหลายโปรแกรมที่เขียนขึ้นผมไม่ได้ผ่าน api ของ windows ทั้งหมดซึ่งหมายความว่ามันคือการ hack ระบบนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่ามันอาจจะทำให้ความเสถียรของระบบมันหายไปด้วย ซึ่งอาจจะเป็น bug ของโปรแกรมเองหรือของ os

apple เองถ้า osx ได้รับความนิยมมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ยังไม่รู้ว่าจะจัดการเรื่องพวกนี้ได้ดีกว่า M$ หรือเปล่าเพราะเรื่องพวกนี้มันยังไม่เกิด แต่ระยะหลัง ๆ มันก็เริ่ม ๆ ให้เห็นแล้วว่า QC ของ apple ห่วยลง แต่มีการรับประกันที่ดีเข้ามาทดแทน (เฉพาะประเทศที่มี apple store นะ อย่างประเทศไทยก็ตัวใครตัวมัน แล้วแต่ดวง)

ซึ่งการดำเนินธุรกิจของ M$ ได้รับการพิสูจน์มาในระดับนึงแล้วว่าประสบความสำเร็จ มาช่วงปีหลัง ๆ นี่เองที่ apple แรงขึ้นมาก็ต้องดู ๆ กันต่อไปครับ ว่าจะเป็นไง


ปล. ขอต้อนรับสาวก mac ล่วงหน้าครับอีก ประมาณอาทิตย์นึง macbook ตัวใหม่คงมาถึงแล้วถอยมาแล้วเอามาอวดใน blog ด้วยนะครับ big smile

#10 By WuT (58.9.193.86) on 2007-11-06 11:56

ง้าบบบบบบบ confused smile

#11 By P e x on 2007-11-06 16:02

จุกว่า...
MAC มันเหมือนภัตราคาร หรู เชอราตัน.. ใบหยก.. อะไรประมาณนั้น
VISTA เหมือน ร้านอาหารหน้าปากซอย มีอะไรให้กินหลายอย่าง ในราคาที่เราชาวบ้านซื้อได้ ไม่เกินตัว...
แต่ถามไว่าใครบ้างไม่อยากกินอาหารหรูๆ ภัตาคารดังๆ... แต่ติดที่เงินในประเป๋าครับ....
งงไม่เนี้ย..
-----------------------------------------------

แหม ผมว่าข้อนี้นี่มันตรงกันข้ามนะครับ Vista นี่แหละอาหารเหลาตัวจริง (ถ้าซื้อ license นะ) ซื้อ Ultimate นี่ ราคาพอๆ กับคอม white box จากพันธุ์ทิพย์เลยนะครับ

นอกจากคุณจะซื้อ Vista Ultimate แผ่นละร้อย (+/- 50) น่ะ

ส่วน Mac มันเป็นราคาเครื่องพร้อม OS ซึ่งหากเทียบคุณภาพกันแล้ว ผมว่า Mac นี่แหละราคาย่อมเยา และน่าจะเข้าถึงได้มากกว่า เพียงแต่ Apple ทำ brand ให้มัน high profile ซะจนคนไม่ค่อยกล้าแตะ (เดี๋ยวนี้ดีขึ้นเยอะ ขายได้เยอะขึ้น แต่ QC ห่วยลง)

#12 By DrRider (202.7.176.133) on 2007-11-14 07:43

ยืนยันจากคนใช้แมคแฮะ big smile