Tech

สืบเนื่องมาจาก ลังเล สองจิตสองใจ จะเปิดบล๊อกเอง จะอยู่ที่ exteen จะไป wordpress จะไปนอกโลก จ๊ากกก ไม่มีให้ไปแฮะ เลยศึกษาเรื่อง Host เรื่อง Domain มาเรื่อย ๆ และระหว่างคิดทบทวนไปมก็ไปเจอคลิปนี้เข้า

 

 

นั่นคือ คลิปของ DotArai.com ที่เป็นบริษัทรับจดทะเบียน Domain Name หรือ พวก .com, .net ทั้งหลาย สัญชาติไทย (แท้รึเปล่าไม่รู้) แต่ลองไป servay เวบเขามาละ ภาษาไทยล้วน ๆ

ประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดบริษัทรับจดทะเบียนโดเมนเนมของไทย คือ การโจรกรรมโดนเมนเนม คุณจะรู้สึกอย่างไร เมื่ออยู่ดี ๆ Domain ของคุณถูกขโมย และคุณต้องซื้อกลับมาด้วยราคามมหาศาล หลายคนอาจจะไม่สนใจ จดใหม่ก็ได้วะ แต่สำหรับแบรนด์ที่อุตส่าห์สร้างมา อย่าง exteen เนี่ยคับ ถ้าโดนขโมยชื่อนี้ไป ถามว่าความเสียหายจะสูงส่งขนาดไหน

นั่นแหละครับ สาเหตุสำคัญ และหัวใจหลักของที่นี่เค้า อย่างน้อยก็ตั้งอยู่ในไทย มีหน่วยงานในไทยที่เป็นพันธมิตร ที่น่าไว้วางใจ เช่น ICANN และ THNICK สนนราคาก็ 499 บาท สำหรับ .com และ .net แพงกว่าที่อื่นนิดนึง แต่ความปลอดภัย และการดูแล ดีกว่าเราไปจดกับต่างประเทศ ก็แล้วแต่วิจารณญาณอะคับ

ที่เอาเรื่องนี้มานำเสนอ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพียงแต่ตกใจ ว่าโดเมนเนี่ยมันขโมยกันได้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ กว่าเราจะจดได้นี่ไม่ใช่ภายใน 5-10 นาทีนะ ต้องรอกันตั้งหลายวัน ถึงเวลาจะมาชุบมือเปิบอย่างนี้ หยองเลย เหอะ ๆ

เอาเป็นว่า เป็นข้อมูล และเป็นทางเลือกสำหรับเพื่อน ๆ ก็แล้วกันนะครับ ข้าพเจ้า็ยังอยากจด ipexblog.com อยู่ แต่หา Host ดี ๆ และ Blog Software (พร้อม Theme สวย ๆ) ไม่ได้เสียที ขอแหมะอยู่กับบริการฟรีไปก่อนละกัน อิอิอิ 

ออกเบต้าแรกปุ๊บ ก็คลอดตัวจริงเลย ถือว่าไวมากครับ (แต่ก็เป็นธรรมชาติของ Mint ครับผม เพราะจะออกเวอร์ชั่นใหม่ทุก 1-2 เดือน เร็วจริง ๆ)

 

 

 

หลัก ๆ แล้วก็ยกกระบิมาจาก Gutsy Gibbon หรือ Ubuntu 7.10 เลยครับ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป (มีไม่เหมือนกัน) หลัก ๆ ก็จะเป็น

Evolution (Ubuntu) > ThunderBird (Mint)

RhythmBox > Amarok

แล้วก็ซอฟท์แวร์ตระกูล Mint อย่างที่เคยบอกไปแล้ว ก็มีมาให้ใช้กันอย่างเคยครับ

ทางที่ดี ขอเชิญพ่อแม่พี่น้อง ไปอ่าน Release Note ฉบับเต็มของ Daryna ได้เลยครับ ละเอียดชนิดทุกรูขุมขน ส่องให้เห็นกันจะจะเลย (เป็น Release Note ที่ยาวสะใจมากครับ เข้าใจง่ายด้วย)

เอาล่ะ ได้เวลาดาวน์โหลดแล้วครับ คืนนี้เจอกัน อิอิอิ (แล้วจะมาเปรียบเทียบให้ฟังนะครับ ว่า ระหว่าง UbuntuClub.com Distro กับ Mint ตัวไหนจะน่าใช้กว่ากัน แต่ใบ้คำตอบให้ล่วงหน้าเลยครับ ว่ากินกันไม่ลงหรอก 555+)

 

ป.ล. ผู้ที่รอ Final Release ของ XFCE คงอีกไม่นานครับ ส่วน KDE ก็คงตามกันมาติด ๆ แหละ รอซักนิด แล้วจะหลงรัก Mint เข้าเต็มเปา

ป.ล. 2  ทางด้าน Red Hat Enterprise Edition ก็ออกเวอร์ชั่น 4.6 อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ Fedora ออกเวอร์ชั่น 8 ได้ไม่กี่วัน รายละเอียดไปอ่านกันเอาเองนะจ๊ะ แต่ขอบอกว่า สำหรับผู้ที่อยากลองสาย Red Hat แล้ว Fedora ก็คณามือคุณพอแล้วล่ะคับ เหอ ๆ

ป.ล. 3 ผมลอง LiveCD ของ Fedora 8 แล้วนะครับ ปัญหาดังคาด คือ Font ไทยไม่งามเหมือนใน Ubuntu ที่มี Font ไทยมาพร้อมสรรพ แต่ไม่ใช่ปัญหาเมื่อติดตั้งจริงหรอกครับ เพราะเราเพิ่มเองได้ แต่ผมเป็นคนชอบอะไรแบบสำเร็จรูปให้มากที่สุดอะครับ เพราะฉะนั้น ขอหากินกับ Ubuntu แอนด์เดอะแก๊งต่อไปดีกว่า เหอ ๆ ๆ

ที่มา : DistroWatch.com

vs
จากบล๊อกประกาศการมาของ Fedora 8 ที่ผมเขียนแบบกำำกวม จนทำให้หลาย ๆ ท่านมึนตึ้บนั้น เลยต้องขออนุญาติไปหาข้อมูลมาอธิบายกันให้ชัดเจน ว่า Red Het (RH) กับ Fedora นั้น มีความเหมือน และความต่างกันอย่างไร
 
แต่เดิม Redhat มีผลิตภัณฑ์ชื่อ Redhat Linux เอาไว้ขายครับ โดยลักษณะการขายก็คือ ซื้อซีดี ซื้อซัพพอต และมีซัพพอต หรือบริการหลังการขาย เป็นอย่างนี้เรื่อยมา จนถึง Redhat Linux เวอร์ชั่น 9 ก็ยกเลิกผลิตภัณฑ์ตัวนี้ไปในปี พ.ศ. 2548 (ผมทันใช้พอดี) ซึ่งนอกจากขายแล้ว ตัว Redhat Linux ก็ยังสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี ๆ แต่ไม่มีบริการซัพพอตใด ๆ
 
หลังจากยกเลิก Redhat Linux ไป Redhat ก็หันมาให้ความสนใจกับภาคองค์กรมากขึ้น อาจเป็นเพราะมันจับเงินได้เห็นน้ำเห็นเนื้อมากกว่าขายผู้ใช้ตามบ้าน จึงมีผลิตภัณฑ์ใหม่คือ Redhat Enterprise Linux เน้นขายภาคองค์กรมากกว่า ซึ่งแบ่งออกเป็นแบบ Work Station, Enterprise Server และ Advanced Server โดยเหมาะกับงานทั่ว ๆ ไปในองค์กร, งาน Server ทั่วไป และ งาน Server ที่ใช้เก็บฐานข้อมูล ตามลำดับ
 
Fedora เป็นชื่อของทีมพัฒนาอิสระ ที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยพัฒนา Redhat Linux ตั้งแต่ยังไม่เปลี่ยนเป็น RHEL ลักษณะของทีม Fedora คือ จะทำงานคู่ขนานไปกับทีม RHL เมื่อ Redhat ได้ยกเลิก RHL ก็ได้โอนย้ายงานมาให้ทีม Fedora ทั้งหมด Fedora จึงเป็นโอเพ่นซอสต์เต็มตัวมาตั้งแต่บัดนั้น
ความเกี่ยวดองกันของ RHEL และ Fedora คือ Redhat เป็นผู้สนับสนุนหลักของ Fedora คล้าย ๆ กับทีบริษัท Novell ให้การสนับสนุนกลุ่ม OpenSUSE ซึ่งเป็นโอเพ่นซอสต์เหมือนกัน (แต่ OpenSUSE จะดูเป็นร่างทรงของ Novell ซะเยอะ เพราะมีการยัดโปรแกรมของ Novell ใส่มาด้วย ชาว OpenSource บางคนอาจจะไม่พอใจมากนัก เพราะ Software ที่ยัดมาถึงจะฟรี แต่มันไม่ OpenSource - ฮา) ในกรณีของ Fedora ผมไม่แน่ใจว่า Redhat เป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้สนับสนุนเฉย ๆ แต่ก็แน่นอนว่า ทั้งสองโปรเจคนี้มันมีความเกี่ยวดองกันอยู่
 
ด้วยแกนกลาง หรือ Core ของ RHEL และ Fedora นั้นเหมือนกัน แต่มาต่างกันแค่ Package ที่ติดตั้งมา และเรื่องของบริการหลังการขาย นี่แหละครับที่ทำให้เกิดความต่าง
ลูกค้าองค์กร ที่ต้องการคู่มือ และการซัพพอตอย่างเป็นทางการ ก็ซื้อ Redhat Enterprise Linux มาใช้ ส่วนถ้าอยากใช้ตามบ้าน ไม่ต้องการบริการซัพพอต ก็ดาวน์โหลด Fedora มาใช้
ผมลอง Search หาความต่างของ RHEL และ Fedora พบว่าไม่ว่าจะเวบในประเทศ หรือต่างประเทศ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 2 ตัวนี้มันต่างกันแค่ ฟรี กับ ไม่ฟรี แค่นั้นจริง ๆ
 
ถึงผมจะหาข้อมูลทางเทคนิคมาสรุปไม่ได้ว่าสองตัวนี้ต่างกันอย่างไร แต่วัดจากประสบการณ์ของผู้ใช้งานหลาย ๆ ท่าน สรุปได้ว่า ได้อารมณ์เดียวกัน และผมยังเจอบางเวบ แนะนำวิธีการใช้ Fedora เป็น Server แทน RHEL ด้วย แสดงถึงว่า การที่บอกว่า Fedora ใช้ตามบ้าน RHEL ใช้ในองค์กร ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ความสามารถของของฟรีแบบ Fedora ก็ทำได้แบบของเสียเงินอย่าง RHEL นี่แหละครับ ความต่างของ 2 ตัวนี้ ในมุมมองของผู้ใช้งานจริง จึงมีแค่ การมีซัพพอต และไม่มีซัพพอตเท่านั้น
 
ส่วนเีรื่องคาใจของคุณ T o' M @ ZZ u ครับ นั่นก็จริงส่วนนึงครับ Redhat เค้ามีทีมพัฒนา RHEL ของเขาอยู่ แต่ก็สามารถดึงเทคโนโลยีของ Fedora ที่เวิร์ก ๆ ไปใส่ไว้ใน RHEL ได้ ก็เขาเป็นคนจ่ายตังค์นี่ครับ ลักษณะนี้ไม่แปลกเท่าไร เพราะก็มีให้เห็นใน OpenSUSE และ SUSE Linux Enterprise ที่ดำเนินการขายโดย Novell ผู้สนับสนุนหลักของโครงการ OpenSUSE แหละครับ น้ำพึ่งเรือ เสือย่อมพึ่งป่า อิอิอิ
อารมณ์มันก็ประมาณนี้แหละครับ จึงมีการค่อนขอดกันว่า ใช้ Fedora ก็เหมือน Redhat ใช้ OpenSUSE ก็เหมือน Suse ของ Novell ไม่เหมือนกับ Debian and the Gang (ตระกูล *buntu) ทั้งหลาย ที่ฟรีจริง ๆ (ubuntu เค้ามีขายซัพพอตสำหรับผู้ที่ต้องการนะครับ แต่ตัว OS ก็เป็นตัวเดียวกับที่เราดาวน์โหลดมาใช้กันฟรี ๆ นี่แหละ ไม่แบ่งแยกเหมือนกับค่ายอื่น ๆ น่ะครับ)
 
ใครสงสัยตรงไหน หรือจะแก้ไข เพิ่มเติมตรงไหน ตามสะดวกเลยนะครับ เพราะผมก็อาศัยรวบรวมข้อมูลมา แต่หลัก ๆ เลยได้มาจาก บล๊อกของคุณ isriya ครับ ซึ้งใจอย่างมากถึงมากที่สุด ที่ช่วยให้ผมเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ไม่งั้นป่านนี้คงยังมึนตึ้บกับภาษาอังกฤษไม่หาย