vs
จากบล๊อกประกาศการมาของ
Fedora 8 ที่ผมเขียนแบบกำำกวม จนทำให้หลาย ๆ ท่านมึนตึ้บนั้น เลยต้องขออนุญาติไปหาข้อมูลมาอธิบายกันให้ชัดเจน ว่า
Red Het (RH) กับ Fedora นั้น มีความเหมือน และความต่างกันอย่างไร
แต่เดิม Redhat มีผลิตภัณฑ์ชื่อ Redhat Linux เอาไว้ขายครับ โดยลักษณะการขายก็คือ ซื้อซีดี ซื้อซัพพอต และมีซัพพอต หรือบริการหลังการขาย เป็นอย่างนี้เรื่อยมา จนถึง Redhat Linux เวอร์ชั่น 9 ก็ยกเลิกผลิตภัณฑ์ตัวนี้ไปในปี พ.ศ. 2548 (ผมทันใช้พอดี) ซึ่งนอกจากขายแล้ว ตัว Redhat Linux ก็ยังสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี ๆ แต่ไม่มีบริการซัพพอตใด ๆ
หลังจากยกเลิก Redhat Linux ไป Redhat ก็หันมาให้ความสนใจกับภาคองค์กรมากขึ้น อาจเป็นเพราะมันจับเงินได้เห็นน้ำเห็นเนื้อมากกว่าขายผู้ใช้ตามบ้าน จึงมีผลิตภัณฑ์ใหม่คือ Redhat Enterprise Linux เน้นขายภาคองค์กรมากกว่า ซึ่งแบ่งออกเป็นแบบ Work Station, Enterprise Server และ Advanced Server โดยเหมาะกับงานทั่ว ๆ ไปในองค์กร, งาน Server ทั่วไป และ งาน Server ที่ใช้เก็บฐานข้อมูล ตามลำดับ
Fedora เป็นชื่อของทีมพัฒนาอิสระ ที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยพัฒนา Redhat Linux ตั้งแต่ยังไม่เปลี่ยนเป็น RHEL ลักษณะของทีม Fedora คือ จะทำงานคู่ขนานไปกับทีม RHL เมื่อ Redhat ได้ยกเลิก RHL ก็ได้โอนย้ายงานมาให้ทีม Fedora ทั้งหมด Fedora จึงเป็นโอเพ่นซอสต์เต็มตัวมาตั้งแต่บัดนั้น
ความเกี่ยวดองกันของ RHEL และ Fedora คือ Redhat เป็นผู้สนับสนุนหลักของ Fedora คล้าย ๆ กับทีบริษัท Novell ให้การสนับสนุนกลุ่ม OpenSUSE ซึ่งเป็นโอเพ่นซอสต์เหมือนกัน (แต่ OpenSUSE จะดูเป็นร่างทรงของ Novell ซะเยอะ เพราะมีการยัดโปรแกรมของ Novell ใส่มาด้วย ชาว OpenSource บางคนอาจจะไม่พอใจมากนัก เพราะ Software ที่ยัดมาถึงจะฟรี แต่มันไม่ OpenSource - ฮา) ในกรณีของ Fedora ผมไม่แน่ใจว่า Redhat เป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้สนับสนุนเฉย ๆ แต่ก็แน่นอนว่า ทั้งสองโปรเจคนี้มันมีความเกี่ยวดองกันอยู่
ด้วยแกนกลาง หรือ Core ของ RHEL และ Fedora นั้นเหมือนกัน แต่มาต่างกันแค่ Package ที่ติดตั้งมา และเรื่องของบริการหลังการขาย นี่แหละครับที่ทำให้เกิดความต่าง
ลูกค้าองค์กร ที่ต้องการคู่มือ และการซัพพอตอย่างเป็นทางการ ก็ซื้อ Redhat Enterprise Linux มาใช้ ส่วนถ้าอยากใช้ตามบ้าน ไม่ต้องการบริการซัพพอต ก็ดาวน์โหลด Fedora มาใช้
ผมลอง Search หาความต่างของ RHEL และ Fedora พบว่าไม่ว่าจะเวบในประเทศ หรือต่างประเทศ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 2 ตัวนี้มันต่างกันแค่ ฟรี กับ ไม่ฟรี แค่นั้นจริง ๆ
ถึงผมจะหาข้อมูลทางเทคนิคมาสรุปไม่ได้ว่าสองตัวนี้ต่างกันอย่างไร แต่วัดจากประสบการณ์ของผู้ใช้งานหลาย ๆ ท่าน สรุปได้ว่า ได้อารมณ์เดียวกัน และผมยังเจอบางเวบ แนะนำวิธีการใช้ Fedora เป็น Server แทน RHEL ด้วย แสดงถึงว่า การที่บอกว่า Fedora ใช้ตามบ้าน RHEL ใช้ในองค์กร ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ความสามารถของของฟรีแบบ Fedora ก็ทำได้แบบของเสียเงินอย่าง RHEL นี่แหละครับ ความต่างของ 2 ตัวนี้ ในมุมมองของผู้ใช้งานจริง จึงมีแค่ การมีซัพพอต และไม่มีซัพพอตเท่านั้น
ส่วนเีรื่องคาใจของคุณ นั่นก็จริงส่วนนึงครับ Redhat เค้ามีทีมพัฒนา RHEL ของเขาอยู่ แต่ก็สามารถดึงเทคโนโลยีของ Fedora ที่เวิร์ก ๆ ไปใส่ไว้ใน RHEL ได้ ก็เขาเป็นคนจ่ายตังค์นี่ครับ ลักษณะนี้ไม่แปลกเท่าไร เพราะก็มีให้เห็นใน OpenSUSE และ SUSE Linux Enterprise ที่ดำเนินการขายโดย Novell ผู้สนับสนุนหลักของโครงการ OpenSUSE แหละครับ น้ำพึ่งเรือ เสือย่อมพึ่งป่า อิอิอิ
อารมณ์มันก็ประมาณนี้แหละครับ จึงมีการค่อนขอดกันว่า ใช้ Fedora ก็เหมือน Redhat ใช้ OpenSUSE ก็เหมือน Suse ของ Novell ไม่เหมือนกับ Debian and the Gang (ตระกูล *buntu) ทั้งหลาย ที่ฟรีจริง ๆ (ubuntu เค้ามีขายซัพพอตสำหรับผู้ที่ต้องการนะครับ แต่ตัว OS ก็เป็นตัวเดียวกับที่เราดาวน์โหลดมาใช้กันฟรี ๆ นี่แหละ ไม่แบ่งแยกเหมือนกับค่ายอื่น ๆ น่ะครับ)
ใครสงสัยตรงไหน หรือจะแก้ไข เพิ่มเติมตรงไหน ตามสะดวกเลยนะครับ เพราะผมก็อาศัยรวบรวมข้อมูลมา แต่หลัก ๆ เลยได้มาจาก
บล๊อกของคุณ isriya ครับ ซึ้งใจอย่างมากถึงมากที่สุด ที่ช่วยให้ผมเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ไม่งั้นป่านนี้คงยังมึนตึ้บกับภาษาอังกฤษไม่หาย